การศึกษาเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการปฏิบัติงานกับครอบครัวและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับเด็กพิเศษ ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ตามแนวคิดห้องเรียนกลับทางร่วมกับโมเดล T5 ของนักศึกษาพิการที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 2) ศึกษาระดับความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ตามแนวคิดห้องเรียนกลับทางร่วมกับโมเดล T5 สำหรับนักศึกษาพิการที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ประชากรคือนักศึกษาพิการที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่กำลังศึกษาในคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี จำนวน 4 คน กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาพิการที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จำนวน 4 คน ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาการปฏิบัติงานกับครอบครัวและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับเด็กพิเศษ ภาคเรียนที่ 1/2563 ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้ 18 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ตามแนวคิดห้องเรียนกลับทางร่วมกับโมเดล T5 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบสอบถามความพึงพอใจ และแบบบันทึกภาคสนาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติ Wilcoxon Signed-Rank Test ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษาพิการที่มีความบกพร่องทางการได้ยินมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และนักศึกษามีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในระดับมากที่สุด
กังแฮ et al. (Sun,) studied this question.